แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 23
1
คอนโดติดรถไฟฟ้า เคฟ เพลย์กราวน์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Lad Phrao-Bodindecha)
เริ่มต้น 2.39 ลบ.

เคฟ เพลย์กราวน์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Lad Phrao-Bodindecha)
Kave Playground คอนโดใหม่จาก AssetWise ตรงข้ามโรงเรียนบดินทรเดชา สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการเล่น การเรียนรู้ การใช้ชีวิต กับส่วนกลางทั้งแบบ Indoor และ Outdoor คอนโดย่านลาดพร้าว เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลือง อยู่ใกล้ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง และถนนเอกมัย

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                 เคฟ เพลย์กราวน์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Lad Phrao-Bodindecha)
 เจ้าของโครงการ            แอสเซทไวส์
 แบรนด์ย่อย                 เคฟ
 ราคา                         เริ่มต้น 2.39 ลบ.
 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.         เริ่มต้น 110,000 บ./ตร.ม.
 ลักษณะทำเล               คอนโดในเมือง
 ความสูงคอนโด             Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี             สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, อื่นๆ
 ขนาดห้องที่มี               ตั้งแต่ 23.60 ถึง 33.90 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด                5 ไร่ 1 งาน 68 ตร.ว.
 จำนวนตึก                   อาคารพักอาศัย 11 อาคาร, อาคารที่จอดรถ 9 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนชั้น                   8 ชั้น
 จำนวนห้อง                 ห้องพักอาศัย 512 ยูนิต, ร้านค้า 3 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด           206 คัน หรือ 40%
 ค่าบำรุงส่วนกลาง          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค              สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., กล้องวงจรปิดโครงการ, ร้านค้า, อื่นๆ (Lobby, Jacuzzi, Book Adventure, Meeting Room, Room Theatre, E-Sport Room, Board Game, Live Studio, Yoga Room, The Beat Lab, Sauna, Groove Room, Co-Working Outdoor, Scenic Seat, Volcano Play, Relaxing Island), สวนหย่อม

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน          ลาดพร้าว, จตุจักร, ประชาชื่น
 ที่ตั้ง          ซอยรามคำแหง 43/1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10312

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

2. Big C ลาดพร้าว 1

3. โรงพยาบาลรามคำแหง

4. โรงพยาบาลลาดพร้าว

5. Makro ลาดพร้าว

6. The Mall รามคำแหง

7. โรงพยาบาลเวชธานี

8. Assumption University

2
ปล่อยรถผู้บริหาร MAZDA CX-5 2.0 SP ปี 2024 โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ

มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
Mazda CX-5 2.0 SP รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวียอดนิยมของมาสด้า ที่ได้รับการพัฒนาให้ครบครันสมบูรณ์แบบขึ้นในทุกด้าน เพื่อตอบโจทย์ของครอบครัวยุคใหม่ ดูหรูหรา สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ยิ่งกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย รองรับการเชื่อมต่อเพิ่มเติมมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ผนวกกับสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0 ลิตร ให้กำลัง 165 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 13.9 กิโลเมตร/ลิตร โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 1,250,000-1,350,000 บาท

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 19 มี.ค. - 19 มี.ค. 2568
พิเศษสำหรับลูกค้า Checkraka รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% 4 ปี

ราคาพิเศษ 1,169,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                   Mazda
   รุ่น                        มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
   ประเภทรถ               รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว                2024



3
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes)

เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

เบาหวานชนิดที่ 2 มักพบได้ในผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันโรคอ้วนในเด็กเพิ่มขึ้น ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานในเด็กเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการรับประทานยาหรือการฉีดอินซูลินจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้


อาการของเบาหวานชนิดที่ 2

อาการของเบาหวานชนิดที่ 2 จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่มีอาการใด ๆ ในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตนเองมีอาการของโรค และอาจใช้ระยะเวลาหลายปีถึงทราบจากอาการที่สังเกตได้ โดยอาการที่อาจพบในผู้ป่วยเบาหวานมีดังนี้

    กระหายน้ำมาก
    ปากแห้ง
    ปัสสาวะบ่อย
    หิวบ่อยขึ้น แต่น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
    อ่อนเพลีย

หากพบอาการเหล่านี้ หรือรู้สึกชาบริเวณปลายมือและปลายเท้า ตาพร่ามัว เกิดแผลง่ายและติดเชื้อได้ง่าย ผิวหนังบริเวณข้อพับหรือรอยพับของผิวหนังมีสีคล้ำขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะบริเวณใต้รักแร้และลำคอ อาจเป็นสัญญาณของการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม


สาเหตุของเบาหวานชนิดที่ 2

อินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตจากตับอ่อน มีหน้าที่นำน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์ และเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้จากอาหารที่รับประทานให้เป็นพลังงานในร่างกาย ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะเกิดภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้การดึงน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อเป็นพลังงานลดลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะสมสูงขึ้น โดยในระยะแรก ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ในตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินอาจถูกทำลายจนไม่สามารถผลิตอินซูลินตามความต้องการของร่างกายได้อีก

ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีดังนี้

    ภาวะน้ำหนักเกิน มีรูปร่างท้วมหรืออ้วน โดยตรวจวัดจากการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) หากมีค่า BMI อยู่ที่ 23-24.90 จะจัดอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน
    กิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ขยับร่างกายเพื่อเผาผลาญพลังงาน
    สมาชิกในครอบครัวมีประวัติของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
    อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้มีอายุมากกว่า 45 ปี มักไม่ได้ออกกำลังกายและมวลกล้ามเนื้อลดลง ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่โรคเบาหวานสามารถพบได้ทุกช่วงวัย รวมถึงอาจพบในเด็กหรือวัยรุ่นได้เช่นกัน
    ภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน (Prediabetes) เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นของโรคเบาหวาน หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
    โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) หรือคลอดบุตรที่มีน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัม
    ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) ในเพศหญิง
    ผิวหนังบริเวณใต้รักแร้และลำคอมีสีเข้มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุในวัยเด็ก

นอกจากนี้ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดขึ้นจากอาหารที่รับประทาน เชื้อชาติ ปัญหาสุขภาพ อย่างความผิดปกติของระบบเผาผลาญและความดันโลหิตสูงและไตรกลีเซอร์ไรด์สูง โรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะฮอร์โมนผิดปกติ อย่างโรคไทรอยด์และกลุ่มอาการคุชชิง (Cushing Syndrome) รวมถึงความเสียหายของเซลล์ในตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลิน


การวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

หากเริ่มมีอาการผิดปกติแม้จะไม่มีอาการภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน แต่ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน โดยแพทย์อาจสอบถามอาการ ประวัติสุขภาพของผู้ป่วยและครอบครัว แล้วตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้


การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (Fasting Blood Glucose)

ผู้ป่วยจะต้องงดการรับประทานอาหารและดื่มน้ำในช่วงกลางคืนเป็นเวลา 8 ชั่วโมงก่อนการตรวจในตอนเช้า โดยค่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติควรต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากอยู่ระหว่าง 100–125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และเมื่อสูงกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะถือว่าเป็นโรคเบาหวาน


การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (Glycohemoglobin A1c หรือ Glycosylated Hemoglobin Test)

เป็นการตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดช่วง 2–3 เดือนก่อนการเข้ารับการตรวจ โดยค่าปกติจะมีระดับต่ำกว่า 5.7 เปอร์เซ็นต์ หากมีค่าน้ำตาลอยู่ในช่วง 5.7-6.4 เปอร์เซ็นต์ จะจัดอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และหากมีค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสมมากกว่าหรือเท่ากับ 6.5 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน


การตรวจระดับน้ำตาลแบบสุ่มตรวจ (Random Blood Sugar)

เป็นการเจาะเลือดโดยไม่ต้องงดอาหาร หากค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และมีอาการกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย หรืออาการอื่นที่เป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แสดงว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวาน
การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Oral Glucose Tolerance Test)

เป็นวิธีที่มักใช้ตรวจขณะตั้งครรภ์หรือใช้ในงานวิจัย โดยอาจมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เช่น แบ่งเป็นก่อนการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลกลูโคสละลาย หลังการดื่ม 1 ชั่วโมง และ 2 ชั่วโมง เพื่อวินิจฉัยการจัดการร่างกายเมื่อได้รับน้ำตาล เป็นต้น

สำหรับเกณฑ์การวัดประเมินค่าจะแตกต่างกัน โดยเกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ของประเทศไทยมักใช้เกณฑ์ของ Carpenter และ Coustan และเกณฑ์ของ International Diabetes Federation (IDF) เช่น ตามเกณฑ์ IDF หากมีค่าน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 92, 180, และ 153 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ตั้งแต่ 1 ค่าขึ้นไปจะถือว่าเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และสำหรับกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ หากมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะถือว่าเป็นโรคเบาหวาน

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำให้บุคคลต่อไปนี้เข้ารับการตรวจโรคเบาหวานชนิดที่ 2

    ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
    ผู้ที่อ้วน โดยมีค่า BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25 และมีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
    ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือกำลังรับประทานยาควบคุมความดันโลหิตสูง
    ผู้มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ คือมีระดับไตรกลีเซอไรด์เท่ากับหรือมากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมีระดับไขมันชนิดดี (HDL) น้อยกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    ผู้มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือเคยคลอดบุตรน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม
    ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด กลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่ เป็นต้น


การรักษาเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่ 2 อาจใช้หลายวิธีในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยอาจใช้การปรับพฤติกรรม การใช้ยา การใช้อินซูลิน และการผ่าตัดในบางกรณี ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค


การปรับพฤติกรรม

การปรับพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ เช่น

    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย โดยเลือกอาหารที่มีกากใยสูง โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน โซเดียม และเลือกรับประทานอาหารที่มีค่า Glycemic Index ต่ำ
    ออกกำลังกายสม่ำเสมอวันละ 30–60 นาที โดยปรึกษาแพทย์ก่อนวางแผนออกกำลังกายและอาจเลือกออกกำลังด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างหลากหลายในแต่ละสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ขี่จักรยาน หรือโยคะ สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกายต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ควรกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเพิ่มเติมก่อนออกกำลังกาย
    ลดน้ำหนักร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตัว ร่วมกับการควบคุมอาหารให้เหมาะสม เพื่อควบคุมน้ำหนักส่วนเกินให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
    ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยวัดระดับน้ำตาลและจดบันทึกไว้อย่างสม่ำเสมอ และอาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ในการตรวจวัด ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ได้ดีขึ้น


การใช้ยา

การใช้ยารักษาโรคเบาหวานจะใช้ในกรณีที่ปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยยาที่นำมาใช้จะขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดและปัญหาสุขภาพของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์อาจใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน

    ยาชนิดรับประทาน เช่น ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) และยากลุ่มไธอะโซลิดีนไดโอน (Thiazolidinediones) เป็นกลุ่มที่ลดภาวะดื้ออินซูลิน หรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ที่ช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งสารอินซูลินเพิ่มขึ้น เป็นต้น
    ยาฉีดอินซูลิน (Insulin Therapy) มีอยู่หลายชนิด โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาชนิดของอินซูลินที่จะฉีดให้ขึ้นกับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วย

ในบางกรณี แพทย์อาจสั่งจ่ายยาชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาลดคอเลสเตอรอล หรือยาแอสไพรินขนาดต่ำเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 แพทย์อาจพิจารณาให้เข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วน (Bariatric Surgery) แต่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด


ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานชนิดที่ 2

หากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้อวัยวะภายใน อย่างหัวใจ หลอดเลือด เส้นประสาท ดวงตา หรือไตถูกทำลาย โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากโรคเบาหวานมีดังนี้

    โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) เป็นต้น
    ความผิดปกติของระบบประสาท ผู้ป่วยอาจมีอาการชาหรือปวดแสบปวดร้อน โดยเริ่มจากปลายมือหรือปลายเท้า หากอาการรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความรู้สึกบริเวณแขนและขา รวมถึงอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบย่อยอาหารและสมรรถภาพทางเพศ
    ความผิดปกติต่อดวงตา เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจก และภาวะเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) จนอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษา
    ความผิดปกติของไต อย่างไตเสื่อมหรือไตวาย และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต
    โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้เกิดอาการคันและเกิดเป็นแผลตามผิวหนัง โดยแผลที่เกิดขึ้นมักจะหายยากและเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง
    ความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปัญหาด้านการได้ยิน โรคนอนไม่หลับ และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น


การป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2

การปรับพฤติกรรมเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2 แม้คนในครอบครัวจะมีประวัติของโรคเบาหวานมาก่อน สามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเกิดโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ โดยอาจใช้วิธีต่อไปนี้

    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและมีกากใยสูง อย่างเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา ผัก ผลไม้ หรือธัญพืชไม่ขัดสี
    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 30–60 นาที สำหรับการออกกำลังในระดับปานกลาง หรือ 15–30 นาที สำหรับการออกกำลังกายระดับหนัก หากร่างกายไม่สามารถออกกำลังเป็นระยะเวลานานติดต่อกันได้ ควรทำกิจกรรมที่ได้ออกแรงทดแทนในระหว่างวัน
    ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกาย
    หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่นิ่ง ๆ หรือไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายเป็นระยะในระหว่างวัน
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


4
สินเชื่อเงินสด สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD

เป็นปีที่หลายฝ่ายบอกตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังน่าเป็นห่วง และน่าจะอยู่ในสภาพฟื้นตัวยาก แม้รัฐบาลจะแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะกระเตื้องขึ้นก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังขาดสภาพคล่องจากการใช้เงินในชีวิตประจำวัน หลายคนมีการหยิบยืม กู้หนี้ ยืมสิน เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนอย่างเพียงพอ ดังนั้น เงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมที่สุดก็เห็นจะเป็นสินเชื่อเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เป็นต้น ส่วนใครที่กำลังคิดจะกู้เงินนอกระบบ ให้เลิกคิดไปได้เลยนะคะ เพราะถ้าใครยังคิดถึงเงินกู้นอกระบบอยู่อาจจะต้องเจอกับดอกเบี้ย และการทวงหนี้แบบโหดๆ แน่นอนค่ะ (ในปัจจุบันมีกฎหมายทวงถามหนี้ใหม่ออกมาแล้วนะคะ ติดตามดูรายละเอียดได้ที่ "กฎหมายทวงถามหนี้ใหม่" 9 เรื่องต้องรู้ จะได้ไม่โดนทวงหนี้แบบโหดๆ)

วันนี้จะถือโอกาสนี้นำเสนอสินเชื่อพร้อมใช้มาเป็นตัวช่วยให้กับเพื่อนๆ อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเงินกู้แบบ "บัตรกดเงินสด" ซึ่งเป็นสินเชื่อเงินกู้ที่ใช้กดเงินสดจากตู้ ATM ตามจำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงินเจ้าของบัตร โดยจะเป็นการพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ "สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD" เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทาง KTC นำเสนอว่าเป็นสินเชื่อที่ตอบทุกความภูมิใจได้ทุกเมื่อ บัตรเดียวยืดหยุ่นกว่าเดิม ให้คุณใช้วงเงินสินเชื่อผ่านบริการเบิกถอนเงินสด และบริการแบ่งชำระ

แกะซองรีวิวรูปแบบความสวยงามของตัวบัตรสินเชื่อ

ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ส่งจากทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จ่าหน้าซองถึงเจ้าของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD อย่างชัดเจน ในรูปแบบของจดหมายลงทะเบียน ต้องมีการเซ็นรับให้เรียบร้อย

ด้านหลังซองเอกสารสีน้ำตาลปิดมิดชิดเพื่อความปลอดภัยของเจ้าของบัตร ซ้ำด้วยการปิดเทปกาวมีข้อความระบุว่า "กรุณาปฏิเสธการรับหากชำรุดฉีกขาด PLEASE DO NOT ACCEPT IF SEAL IS BROKEN" สร้างความมั่นใจให้กับผู้รับว่าปลอดภัยแน่นอน!!

เอกสารด้านในซองสีน้ำตาลนี้จะประกอบไปด้วยคู่มือสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD (แผ่นแรกจากซ้าย), แผ่นโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองอุบัติเหตุ สำหรับสมาชิกใหม่ (แผ่นที่ 2 จากซ้าย), บัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD ที่ติดมากับเอกสารแผ่นพับ 3 ท่อนโดยจะติดตัวบัตรกับแผ่นเอกสารด้วยแถบเทปกาวใส พร้อมกับวิธีและขั้นตอนการเปิดใช้บัตร (แผ่นที่ 3 นับจากซ้าย), ซองรายละเอียดการโอนเงินเข้าบัญชีสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD (แผ่นที่ 4 นับจากซ้าย)
ความสวยงามของตัวบัตรสินเชื่อ
เปิดตัวบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD ด้วยโทนสีเทา-ขาว ถูกใจคนที่ชอบความเรียบหรู ขนาดเท่ากับบัตรเครดิตหรือบัตร ATM ทั่วไป

ตำแหน่งต่างๆ ในบัตร

 ชื่อบัตร KTC PROUD (ภาพโลโก้บนบัตรกดเงินสด) มุมซ้ายด้านบน
 แผ่นชิพประจำบัตร
 หมายเลขบัตร KTC PROUD (Cardholder Number) สำหรับใช้ในการติดต่อกับบริษัทฯ
 ชื่อ-สกุลผู้ถือบัตร (Cardholder Name)
 เดือน / ปี ที่บัตรหมดอายุ (Expiry Month / Year)

 แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)
 แถบลายเซ็น ควรเซ็นชื่อบนแถบด้านหลังบัตรด้วยปากกาลูกลื่น (Signature Space)
 แจ้งกรรมสิทธิ์ของบัตรนี้เป็นของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติการเงื่อนไขของบริษัทฯ เท่านั้น
 ตัวเลข 3 หลัก สำหรับตรวจสอบยืนยันบัตร
 ภาพโลโก้บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTC มุมขวาด้านล่าง
ขั้นตอนการเปิดใช้บัตรสินเชื่อ
หลังจากที่ได้รับบัตรเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำการเปิดใช้บัตรก่อนการใช้งานด้วยช่องทาง ดังนี้นะคะ

ติดต่อ 0-2660-4999 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำการเปิดบัตรผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น TapKTC ดาวน์โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play

หลังจากที่เราทำการเปิดบัตรแล้ว จะสามารถใช้งานบัตรได้ทันทีค่ะ

คุณสมบัติเด่นของบัตรสินเชื่อ
สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD เป็นบริการเงินสดหมุนเวียนที่พร้อมให้เพื่อนๆ จัดการชีวิตได้อย่างลงตัว ที่ตอบโจทย์ด้วยเงินโอนก้อนแรกเข้าบัญชีธนาคาร พร้อมรับบัตรกดเงินสดเพื่อเพิ่มความคล่องตัว สะดวกสบายกับการเบิกถอน ให้ท่านใช้จ่ายทุกความต้องการอย่างมั่นใจและอุ่นใจทุกครั้งเพราะเสมือนมีเงินสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมคุ้มค่ากับการแบ่งชำระสินค้า/บริการผ่าน  ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

1 บัตร 2 การใช้งาน
1. เบิกถอนเงินสดตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ตู้ ATM ทั่วประเทศ
อนุมัติรับเงินทันใจ รับเงินโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อใช้บัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ ในการรับเงินโอน และได้รับการอนุมัติภายใน 16.00 น.
สะดวก เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ทำการเบิกถอนเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ ATM ทุกเครื่องทั่วประเทศ หรือเบิกถอนเงินสดออนไลน์ ผ่านบริการออนไลน์ เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย
ภาระไม่หนักเกินไป ชำระขั้นต่ำได้ สามารถชำระค่างวดขั้นต่ำต่อเดือนเพียง 3% ของยอดที่เรียกเก็บ แต่ไม่ต่ำกว่า 300 บาท
ยิ่งใช้ ยิ่งได้ รับคะแนนสะสม  ใช้แลกแทนค่างวด ดอกเบี้ยฯ หรือสินค้าและบริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ยกเว้นบริการแบ่งชำระ FLEXI จะไม่ได้รับคะแนนสะสม
กดเงินได้เต็มวงเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้ ATM ทุกธนาคาร ทั้งนี้ การเบิกถอนเงินสดให้เป็นไปตามรายละเอียดด้านล่าง

- เบิกถอนขั้นต่ำ 500 บาท ต่อครั้ง
- จำนวนครั้งในการเบิกถอน สูงสุด 5 ครั้ง ต่อวัน
- จำนวนเงินที่เบิกถอนได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อวัน
ชำระค่างวด วงเงินเข้าทันที เมื่อชำระที่ธนาคารกรุงไทย หรือที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-Eleven วงเงินจะคืนกลับ และสามารถเบิกถอนเงินสดได้ทันที
2. แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 36 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
คว้าทุกความต้องการได้ทันที ด้วยบริการแบ่งชำระ  ด้วยอัตราดอกเบี้ยฯ 0% หรือแบ่งชำระได้นานสูงสุด 36 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตัวอย่างสินค้าที่ร่วมรายการก็ถือว่าไม่น้อย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ที่มีป้าย KTC PROUD
 
การใช้บัตรสินเชื่อ
ต้องใช้บัตรคู่กับรหัสประจำตัว (PIN) ที่ทางบริษัทเจ้าของบัตรให้มา โดยสามารถทำรายการ ได้ดังนี้
เบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสด
ต้องรู้และตกลงว่ารายการใช้จ่ายใดๆ และ/หรือการเบิกถอนเงินสดเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ KTC ถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่ KTC เป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับ KTC ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่าย และ/หรือยอดเบิกถอนเงินสดดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาท เพื่อเรียกเก็บกับ KTC ท่านสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก : บัตร VISA
นอกจากนี้ จะต้องรับทราบและตกลงให้ KTC คิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกินร้อยละ 2.0 จากยอดค่าใช้จ่าย และ/หรือยอดเบิกถอนเงินสดที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น ตรวจสอบวิธีการคำนวณเบื้องต้น

ตรวจสอบยอดคงเหลือในบัญชีของท่าน ผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
เปลี่ยนรหัสประจำตัวของท่าน ผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
บริการแบ่งชำระ  ในอัตราดอกเบี้ย 0% หรือเริ่มต้น 0.99% ต่อเดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ (กรณีนี้ไม่ต้องใช้รหัสประจำตัว หรือ PIN)
บริการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่าน Click KTC / Tap KTC (กรณีนี้ไม่ต้องใช้รหัสประจำตัว หรือ PIN)

วิธีการดูแลและรักษาบัตรสินเชื่อ
เราควรดูแลและรักษาบัตรสินเชื่อของตัวเอง ดังนี้
ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ และหมายเลขบัตร
ลงลายมือชื่อในช่องลายเซ็นด้านหลังบัตรทันทีเมื่อได้รับบัตรใหม่หรือบัตรทดแทน
ระวังไม่ให้บัตรพับงอ หรือแถบแม่เหล็กถูกขูดขีด หรือสัมผัสความร้อน หรือที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง
ไม่ควรเก็บบัตรซ้อนกับบัตรอื่นๆ ที่มีแถบแม่เหล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลในแถบแม่เหล็กคลาดเคลื่อน
ไม่ควรเก็บบัตรและรหัสไว้ในที่เดียวกัน และไม่ควรอนุญาตให้บุคคลอื่นนำบัตรและรหัสของท่านไปใช้
สิ่งที่ต้องทำเมื่อบัตรสูญหายหรือถูกขโมย และการออกบัตรใหม่ทดแทน
ในกรณีที่เราทำบัตรหาย หรือบัตรถูกขโมย ต้องแจ้งไปที่ศูนย์บริการสมาชิก KTC Phone 0-2665-5000 เพื่ออายัดบัตรและระงับการใช้บัตรดังกล่าว โดย KTC จะทำการระงับการให้บริการบัตรเบิกถอนเงินสดภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที นับแต่เวลาที่ KTC ได้รับแจ้งและเราไม่ต้องรับผิดชอบในภาระหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว พร้อมกันนี้สามารถขอออกบัตรใหม่ทดแทนได้ โดยทาง KTC จะดำเนินการจัดส่งบัตรใหม่และรหัส (PIN) ให้ตามที่อยู่ที่เราเคยแจ้งไว้กับ KTC กรณีที่เจอบัตรในภายหลัง เราจะไม่สามารถนำบัตรไปใช้ได้อีก และกรุณาตัดหรือทำลายบัตรนั้นๆ ทิ้งทันที
บัตรชำรุดต้องทำยังไง?
เมื่อบัตรของเราเกิดชำรุด หรือมีปัญหาในการใช้ เราต้องติดต่อไปที่ KTC ทุกสาขา เพื่อดำเนินการเปลี่ยนบัตรใหม่ได้เช่นกัน
บัตรสินเชื่อหมดอายุ จะมีการต่ออายุบัตรอย่างไร?
บัตรสินเชื่อที่เราได้มานั้นจะมีกำหนดอายุใช้งาน 5 ปี นับจากวันที่ออกบัตร โดย KTC อาจออกบัตรต่ออายุ และดำเนินการจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่เคยแจ้งไว้ ประมาณ 1 - 2 เดือนก่อนบัตรเก่าหมดอายุ อย่างไรก็ดี การพิจารณาต่ออายุบัตรหรือไม่นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของ KTC โดยฝ่ายเดียวและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เมื่อเราได้รับบัตรใหม่แล้วให้ตัดบัตรเก่าออกเป็น 2 ท่อน เพื่อป้องกันการสับสนและบุคคลอื่นที่อาจนำบัตรเก่าของเราไปใช้ และถ้าเราต้องการแจ้งบอกเลิกการใช้บัตร จะต้องแจ้ง KTC ผ่านศูนย์บริการสมาชิก KTC Phone 0-2665-5000 เพื่อทำการยกเลิกบัตร
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ของสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
กรณีการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM บริการยอดเงินโอนก้อนแรก หรือบริการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ แบบชำระขั้นต่ำ KTC จะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเป็นรายวัน จากจำนวนเงินที่เบิกถอนรวมกับจำนวนเงินที่ยังค้างชำระอยู่ (ถ้ามี) ตามอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ KTC แจ้งในจดหมายยืนยันอนุมัติวงเงิน (Approval Letter) หรือในอัตราที่ระบุในตารางการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายของ KTC ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กรณีบริการแบ่งชำระค่าสินค้า / บริการ  หรือบริการเงินก้อนผ่อนเป็นงวด KTC จะคำนวณดอกเบี้ยตามระยะเวลาแบ่งชำระที่เลือก
ลำดับการหักยอดบัญชีที่บริษัทเรียกเก็บจากยอดเงินชำระของสมาชิก
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินสำหรับบริการเบิกถอนเงินสด และบริการแบ่งชำระ โดยหักยอดผิดนัดชำระ ยอดเรียกเก็บ และยอดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ (ถ้ามี) ตามลำดับ

ข้อเด่นของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
KTC โอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชีให้ก่อนโดยไม่ต้องกดจากบัตรสินเชื่อ
ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรรายปี
สะดวกในการใช้ และสามารถพกพาไปใช้ได้ทุกที่ โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน

ข้อด้อยของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
สินเชื่อบัตรพร้อมใช้ KTC PROUD นี้ ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเลย เนื่องจากมีการโอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชีให้ใช้ก่อน (ซึ่งต่างจากสินเชื่อบัตรกดเงินสดทั่วไป ที่จะเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมก็ต่อเมื่อมีการกดเงินสดออกมาใช้)
สินเชื่อประเภทนี้ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ปัจจุบันอยู่ที่ 28% ต่อปี

5
จัดฟันบางนา: พฤติกรรมใกล้ตัว ที่ส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟัน

เชื่อว่าหลายๆคนคงอาจจะเคยมีอาการเสียวฟันกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งท่านที่เคยมีอาการเสียวฟันจะทราบได้ว่า อาการเสียวฟันนี้ทำให้การรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มมีความยากลำบาก ส่งผลให้การใช้ชีวิตยากขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งอาการเสียวฟันนี้ก็คือสัญญาณบอกเหตุเบื้องต้นเกี่ยวกับฟันหรือเหงือกของท่านว่ากำลังจะมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับอาการเสียวฟันรวมถึงพฤติกรรมความเสี่ยงที่ใกล้ตัวมากๆ ที่อาจจะเป็นต้นเหตุหรือสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ท่านเสียวฟัน และเสียสุขภาพช่องปาก ผลสุดท้ายอาจจะทำให้ท่านต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไปได้

สาเหตุที่ทำให้คุณมีอาการเสียวฟัน

ต้องขอบอกก่อนว่าหลายๆคนยังไม่เข้าใจมากนักว่าอาการเสียวฟันนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ถ้าให้พูดตามหลักความเป็นจริงแล้วง่ายๆเลยก็คือ อาการเสียวฟันมักเกิดจากการที่ฟันหรือเหงือกมีปัญหา ส่วนปัญหาที่เกิดนั้นก็มักจะมาจากกิจวัตรประจำวัน รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเราจะพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับต้นเหตุของการเสียวฟันเพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันดังต่อไปนี้

1.    การแปรงฟันบ่อยหรือรุนแรงเกินไป   ไม่ใช่สิ่งที่ดี ท่านผู้อ่านอาจจะเกิดข้อสงสัยว่า การแปรงฟันไม่ดีอย่างไร ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าการแปรงฟันนั้นเป็นสิ่งที่ดี และเป็นการป้องกันฟันและเหงือก ช่วยให้สุขภาพช่องปากแข็งแรงขั้นพื้นฐานเลยก็ว่าได้ แต่การที่เราทำอะไรมากเกินไปหรือน้อยเกินไปนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีการแปรงฟันก็เช่นกัน การแปรงฟันที่ใช้ความรุนแรงและใช้เวลาในการแปรงฟันที่มากเกินไปรวมถึงแปรงฟันบ่อยเกินไปเพื่อจุดหมายคือความสะอาดก็จริง แต่นั่นคือหนึ่งในพฤติกรรมการทำร้ายฟันของท่าน เพราะ อาจจะทำให้เคลือบฟันถูกทำลาย รวมถึงเหงือกมีโอกาสร่นได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเสียงฟัน และฟันผุตามมานั่นเอง
 
2.    ฟันร้าวภายใน    ไม่ว่าจะจากการรับประทานอาหารที่มีความแข็ง หรือจากอุบัติเหตุ ซึ่งบางครั้งอาการฟันร้าวนี้อาจจะเกิดขึ้นใต้ผิวฟันทำให้การสังเกตเห็นนั้นเป็นไปได้ยาก และเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆมากมาย ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการเสียวฟันเมื่อรับประทานเครื่องดื่มที่เย็นจัด หรือร้อนจัด รวมถึงเมื่อทำการรับประทานอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน อาจจะส่งผลให้เกิดฟันผุตามมาอีกด้วย

3.    โรคเหงือก หรือ โรคปริทันต์   เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการเสียวฟัน และเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าท่านอาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไปอีกด้วยหากว่าไม่รีบทำการรักษา

4.    การฟอกสีฟัน โดยใช้ผงฟู หรือ Baking Soda   ซึ่งถือว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งเป็นที่นิยมมากในการใช้ฟอกฟันขาว และต้องขอบอกว่าฟันขาวจริง แต่เนื้อฟันก็จะถูกกัดกร่อนให้บางตามลงไปด้วย ซึ่งต้องขอบอกว่าอันตรายมากๆ

5.    การสูบบุหรี่ อย่างที่ได้ย้ำเตือนกันมาเกือบตลอดว่า การสูบบุหรี่ คือหนึ่งในอันดับต้นๆของการทำร้ายสุขภาพช่องปากและฟัน รวมถึงสุขภาพร่างกาย เนื่องจากว่าการสูบบุหรี่นั้น จะมีคราบเหนียวๆ ไปเกาะแน่นที่ฟันและเหงือก ซึ่งจะสามารถทำความสะอาดได้ยากมาก คราบเหนียวๆเหล่านั้นก็จะเกิดการสะสมทำลายเคลือบฟัน ส่งผลให้เกิดฟันผุ รวมถึงโรคเหงือกอักเสบได้ การสูบบุหรี่จึงเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพฟันและเหงือก ส่งผลให้เสียวฟันได้ง่าย

6.    การรับประทาน ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุสำคัญอย่างมาก หากว่าเราไม่รู้จักวิธีรับประทานที่ถูกต้อง โดยอาหารจำพวกมีความแข็งมากเกินไป ทานอาหารรสเปรี้ยวจัดมากเกินไป ทานอาหารที่มีความร้อนจัดหรือเย็นจัดมากเกินไป รวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของแป้ง และน้ำตาลที่มากเกินไป อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า อะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปไม่ใช่ผลดีเสมอ การรับประทานสิ่งเหล่านี้ตามที่กล่าวมาก็ถือว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้เกิดสุขภาพฟันและเหงือกให้มีปัญหาได้ ส่งผลให้เกิดการเสียวฟันตามมา การรับประทานถือว่าเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิต และควรรับประทานให้ถูกต้องเพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงทนนานนั่นเอง


6
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


7
รถไฟฟ้า ev เลกซัส Lexus NX 450h+ Grand Luxury AWD ปี 2024
3,660,000 บาท

เลกซัส Lexus NX 450h+ Grand Luxury AWD ปี 2024
Lexus NX  450h+ Grand Luxury AWD มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ผสานการทำงานกับแบตเตอรี่ลิเธียมอิออนประสิทธิภาพสูง และระบบขับเคลื่อนสีล้อ (AWD) ทำให้ได้พละกำลังที่สูงถึง 304 แรงม้า และสามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 87 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟ จาก 0-100% ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น Lexus NX 450h+ คันนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น SMARTER EV ตัวจริง ซึ่งแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการเดินทางในเมือง แต่หากต้องเดินทางระยะไกล ก็สามารถเดินทางแบบไร้กังวล เนื่องจากมีระบบเครื่องยนต์ไฮบริด ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ หรือหาสถานีชาร์จระหว่างทาง ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus NX มาพร้อมกับ Lexus Safety System Plus ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์ E-LATCH โดยระบบจะช่วยให้ประตูรถทำงานได้อย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ระบบการเปิด-ปิดประตูแบบ Safe Exit Assist เพิ่มความปลอดภัยขณะลงจากรถ ช่วยให้ไม่ต้องออกแรงดึงหรือผลักเพื่อเปิดประตู ทำให้ Lexus NX เป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              Lexus
   รุ่น                   เลกซัส Lexus NX 450h+ Grand Luxury AWD ปี 2024
   ประเภทรถ           รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว           2024
   ราคา                 3,660,000 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ไฟตัดหมอก (หน้า, ไฟส่องมุมหน้ารถ)
ไฟหน้า (ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำอัจฉริยะ, ไฟหน้าแบบปรับองศาการส่องสว่างมุมต่ำ พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ,ระบบทำความสะอาดไฟหน้า)
ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบพิเศษ (อัตโนมัติ)
ไฟหน้า LED (แบบ 3-LED)
ขนาดยางหน้า-หลัง (235/60R18)
ไฟ Daytime Running Lights
ล้ออัลลอย (18 นิ้ว)

   ภายใน
ตกแต่งภายใน (3D cutting black)
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
พวงมาลัยหุ้มหนัง
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ (และเข้า-ออกไก้)
กระจกมองหลังตัดแสง
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (ECO / Normal / Sport และ EV Mode)

สเปค
   เครื่องยนต์
2.5-liter L-4 16-Valve, DOHC, Chain Drive (A25A-FXS) 182 แรงม้า แรงบิด 227 นิวตันเมตร/มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า Permanent magnet synchronous motor 134 กิโลวัตต์ แรงบิด 270 นิวตันเมตร, หลัง  Permanent magnet synchronous motor 40 กิโลวัตต์ แรงบิด 121 นิวตันเมตร กับแบตเตอรี่ Lithium-ion battery แรงดัน 355.2 โวลต์ จำนวนเซลล์แบตเตอรี่ 96 เซลล์ ให้กำลังรวม 304 แรงม้า

   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)         2,487 CC
   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)     182 แรงม้า
   ระบบเกียร์                       เกียร์อัตโนมัติ
   รูปแบบเกียร์                    E-CVT
   ระบบเบรค ABS                  มี
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง       เบนซิน 95, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), ไฟฟ้า, ไฮบริด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)       55 ลิตร
   ระบบจ่ายน้ำมัน                EFI/87 กม. (NEDC Standard)
   น้ำหนักตัวรถ                   2,540 กก.
   ประเภทยางรถยนต์            -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)                ล้ออัลลอย (18 นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน               ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย

อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VSC, ระบบป้องกันการลื่่นไถล TRC)
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เซ็นทรัลล็อค
กุญแจรีโมท (แบบการ์ด)
ไฟเบรกดวงที่ 3 (LED)
ระบบป้องกันการโจรกรรม (พร้อมสัญญาณเตือนอัตโนมัติ)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (และ ระบบช่วยเบรก BA)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์,ระบบช่วยจอด,ช่วยเบรกขณะจอด,ระบบป้องกันก่อนการชน,ระบบติดตามช่องทางวิ่ง)
เข็มขัดนิรภัย (แบบ 3 จุุด พร้อมระบบดึง กลับและลดแรงกระชาก (สำหรับที่นั่งตอนหน้า),แบบ 3 จุุด พร้อมระบบดึงกลับ (สำหรับทีนั่งตอนหลัง))
กระจกนิรภัย (กระจกหน้าตัดแสง UV แบบซับเสียง, กระจกประตูตัดแสง)
กล้อง (มองหลังพร้อมจอแสดงภาพขณะถอย)
เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW) (พร้อมระบบช่วยเปลี่ยนเลน)
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert - RCTA)
เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HSA
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISO FIX สำหรับที่นั่งตอนหลัง)
ระบบเตือนแรงดันลมยาง

8
วัดชัยพฤกษารามศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม ร่วมใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรมนำหลักธรรมความรู้เกี่ยวกับปรัชญาพุทธ

วัดชัยพฤกษารามตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานีอันเงียบสงบเป็นสถานที่เงียบสงบและเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมและสัมผัสกับการเติบโตทางจิตวิญญาณ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพอันเขียวขจีเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดชัยพฤกษารามแสวงหาความสงบภายใน ความมีสติและความเข้าใจในคำสอนของพุทธศาสนา

วัดชัยพฤกษารามมีชื่อเสียงในเรื่องบรรยากาศอันเงียบสงบ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สักการะบูชาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมอีกด้วย โดยผู้เยี่ยมชมสามารถดื่มด่ำกับคำสอนของพุทธศาสนาและฝึกสติภายใต้การแนะนำของพระภิกษุผู้มีประสบการณ์

การฝึกสมาธิและการเจริญสติ
วัดมีโปรแกรมการทำสมาธิที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสงบจิตใจและพัฒนาสติ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบร่วมกับคำสอนที่มีโครงสร้างจะช่วยให้สามารถพิจารณาอย่างลึกซึ้งและพัฒนาจิตวิญญาณได้ การปฏิบัติธรรมแบบเงียบเป็นกิจกรรมหลักที่ผู้เข้าร่วมสามารถตัดขาดจากสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวันและมุ่งเน้นไปที่การไตร่ตรองส่วนตัว

สถาปัตยกรรมวัดและบริเวณโดยรอบ
สถาปัตยกรรมของวัดชัยพฤกษารามสะท้อนถึงการออกแบบแบบไทยดั้งเดิม โดยมีการแกะสลักที่ประณีตและรูปปั้นสีทองที่เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความเมตตา ธรรมชาติโดยรอบพร้อมด้วยสวนอันเขียวชอุ่มและสระน้ำอันเงียบสงบช่วยเสริมบรรยากาศการทำสมาธิ เส้นทางเดินสมาธิทอดยาวไปตามบริเวณวัดซึ่งมอบพื้นที่อันเงียบสงบสำหรับการไตร่ตรอง

ธรรมบรรยายและคำสอนของพระพุทธเจ้า
ผู้เยี่ยมชมวัดชัยพฤกษารามสามารถเข้าร่วมฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ ซึ่งจะให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาพุทธ หลักการของสติ และวิธีนำหลักธรรมเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน การบรรยายเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอริยสัจสี่และมรรคมีองค์แปด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา

การเตรียมตัวสำหรับการมาเยือนของคุณ
หากคุณวางแผนที่จะไปเยี่ยมชมวัดชัยพฤกษารามเพื่อปฏิบัติธรรม ขอแนะนำให้เตรียมตัวโดยทำความคุ้นเคยกับเทคนิคการทำสมาธิขั้นพื้นฐานและคำสอนของพุทธศาสนา วัดสนับสนุนให้ผู้เยี่ยมชมแต่งกายสุภาพและสุภาพเรียบร้อย รวมถึงมีจิตใจที่เปิดกว้างและเต็มใจที่จะเรียนรู้ การปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่จัดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ดังนั้นควรเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรองอย่างเงียบๆ

วิธีการเดินทาง
วัดชัยพฤกษารามตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 นาทีหากเดินทางโดยรถยนต์ สามารถเดินทางไปวัดแห่งนี้ได้สะดวกทั้งทางรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้เป็นการท่องเที่ยวที่เต็มอิ่มทั้งจิตใจและจิตวิญญาณ

วัดชัยพฤกษารามเป็นโอกาสพิเศษที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศที่เงียบสงบและมีจิตวิญญาณ ไม่ว่าคุณต้องการฝึกฝนการทำสมาธิให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสอนของพุทธศาสนา หรือเพียงแค่ค้นหาความสงบและความแจ่มชัดในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ การมาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้ในอุดรธานีจะทำให้คุณเข้าใจอย่างลึกซึ้งและรู้สึกสงบอย่างลึกซึ้ง

9
บริการด้านอาหาร: อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง มีอะไรบ้าง รับประทานเท่าไรถึงพอดี

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงเป็นอาหารที่ทุกคนควรทำความรู้จัก เนื่องจากฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในหลายด้าน เช่น เป็นส่วนประกอบของสารพันธุกรรม ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกระดูกและฟัน เป็นส่วนสำคัญในการบวนการกักเก็บหรือการใช้พลังงานของร่างกายและการแบ่งตัวของเซลล์

อีกทั้งการขาดฟอสฟอรัสยังอาจส่งผลให้เกิดภาวะฟอสเฟตในเลือดต่ำ (Hypophosphatemia) จนอาจนำไปสู่โรคอีกมากมาย เช่น โลหิตจาง โรคกระดูกน่วม (Osteomalacia) อะนอเร็กเซีย (Anorexia)

การรับประทานฟอสฟอรัสให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่หลายคนควรทราบก่อนรับประทานอาหารประเภทนี้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาหาคำตอบกัน

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง รับประทานแค่ไหนถึงพอดี

แม้ฟอสฟอรัสจะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากจนระดับฟอสฟอรัสสูงเกินไป อาจส่งผลเสียต่อไต กระดูก หัวใจ และหลอดเลือดได้ โดยระดับฟอสฟอรัสที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสุขภาพไตของแต่ละคน เนื่องจากไตมีหน้าที่คอยกำจัดฟอสฟอรัสส่วนเกินในร่างกาย

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพปกติ และผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ปริมาณการรับประทานฟอสฟอรัสที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 700 มิลลิกรัม/วัน ส่วนทารกและเด็ก อาจจะรับประทานในปริมาณตามช่วงอายุดังต่อไปนี้

ทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ให้รับประทานจากนมแม่
ทารกในช่วงอายุ 6–11 เดือน ให้รับประทานในปริมาณ 275 มิลลิกรัม/วัน
เด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 1–8 ปี ให้รับประทานในปริมาณ 460–500 มิลลิกรัม/วัน
เด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 9–18 ปี ให้รับประทานในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม/วัน

ส่วนผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิดอยู่ โดยเฉพาะยาลดกรดและยาระบาย หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการขับฟอสฟอรัสออกจากร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณการรับประทานฟอสฟอรัสที่เหมาะสมก่อน เนื่องจากผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรับประทานฟอสฟอรัสได้ง่าย

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง หาจากที่ไหนได้บ้าง

ก่อนจะทำความรู้จักกับอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ควรเข้าใจก่อนว่าฟอสฟอรัสพบได้ในอาหารหลากหลายชนิด ทั้งจากสัตว์และพืช แต่ฟอสฟอรัสที่พบในธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole Grains) อย่างข้าวสาลี หรือข้าวโอ๊ต มักอยู่ในรูปแบบกรดไฟติก (Phytic Acid) ซึ่งเป็นฟอสฟอรัสในรูปแบบที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้

หรือหากต้องการจะรับประทานธัญพืชเต็มเมล็ดให้ได้ฟอสฟอรัส อาจจะต้องนำธัญพืชไปแช่น้ำ หรือหมักก่อน เพื่อช่วยให้กรดไฟติกบางส่วนถูกย่อยและถูกดูดซึมได้

โดยตัวอย่างของอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงที่หารับประทานได้ง่าย เช่น

อาหารทะเล

อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยลาย ปลาแซลมอน และปู ถือเป็นแหล่งของฟอสฟอรัสที่ดี แต่ปริมาณของฟอสฟอรัสอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของอาหาร เช่น ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน หอยลายจะให้ฟอสฟอรัสอยู่ที่ประมาณ 198 มิลลิกรัม ปลาแซลมอนอยู่ที่ประมาณ 261 มิลลิกรัม และปูจะอยู่ที่ประมาณ 232 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ อาหารทะเลบางชนิด อย่างปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล ยังมีสารอาหารดี ๆ อย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อหัวใจและสมองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม อาหารทะเลบางชนิด อย่างปลาทูน่า หรือปลาอินทรี อาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารปรอท ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ จึงควรเลือกซื้ออาหารทะเลจากแหล่งที่มีความสะอาดและเชื่อถือได้เท่านั้น

นมและผลิตภัณฑ์จากนม

นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส โยเกิร์ต ถือเป็นอาหารที่หลายคนน่าจะหารับประทานได้ง่าย โดยปริมาณฟอสฟอรัสจะแตกต่างกันไป เช่น นม 1 แก้วหรือประมาณ 244 มิลลิลิตรจะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 246 มิลลิกรัม โยเกิร์ต 1 ถ้วยหรือประมาณ 245 กรัม จะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 252 มิลลิกรัม และชีส 1 แผ่นหรือประมาณ 21 กรัม จะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 161 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ อาหารชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ เช่น แคลเซียม วิตามินดี วิตามินเอ โพแทสเซียม แต่ปริมาณอาจแตกต่างกันไปตามสูตรหรือยี่ห้อ

เนื้อหมูและไก่

เนื้อหมูและไก่ถือเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในอาหารหลายเมนู โดยในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน เนื้อหมูจะให้ฟอสฟอรัสประมาณ 175 มิลลิกรัม ส่วนเนื้อไก่จะอยู่ที่ประมาณ 178 มิลลิกรัม แต่ปริมาณอาจลดลงไปบ้างเมื่อนำไปประกอบอาหาร โดยเฉพาะการต้ม

นอกจากฟอสฟอรัสแล้ว เนื้อหมูและเนื้อไก่ยังให้สารอาหารอื่น ๆ ที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย เช่น โปรตีน วิตามินบี สังกะสี ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม

ทั้งนี้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์มักมีไขมันไม่อิ่มตัว (Saturated Fats) อยู่ด้วย โดยไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่อาจส่งผลให้คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (Low–Density Lipoprotein: LDL) ในร่างกายเพิ่มขึ้น จนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี หากต้องการรับประทานอาหารประเภทนี้ ควรเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดหนังหรือมีไขมันต่ำแทน
ไข่

ไข่น่าจะเป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนมักจะซื้อติดบ้านไว้ โดยไข่ขนาดใหญ่ 1 ฟองจะให้ฟอสฟอรัสอยู่ที่ประมาณ 92.6 มิลลิกรัม อีกทั้งยังมาพร้อมกับสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี โฟเลท และซีลีเนียม

ทั้งนี้ ฟอสฟอรัสยังสามารถพบได้ในอาหารประเภทพืชอีกด้วย เช่น พืชตระกูลถั่ว หรือธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งแม้จะให้ฟอสฟอรัสในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ยาก แต่อาหารประเภทนี้ก็ยังมีสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ

ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพอ การรับประทานอาหารที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานในรูปแบบอาหาร การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีฟอสฟอรัสก็อาจช่วยได้เช่นกัน แต่ก่อนรับประทานควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิดอยู่ เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย

10
จัดฟันบางนา: ข้อแตกต่างระหว่าง ” ฝังรากฟันเทียม ” กับ “ไม่ฝังรากฟันเทียม”

หลายคนประสบปัญหาการสูญเสียฟันธรรมชาติ และเกิดอาการฟันล้ม หรือฟันห่าง หากไม่ได้รับการแก้ไข หรือรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ถือเป็นทางเลือกและวิธีการที่ดีที่สุดในการทดแทนฟันธรรมชาติที่ได้สูญเสียไป



แต่หลายคนเลือกที่จะปล่อยมันไว้โดยไม่เข้ารับการรักษา และอาจจะส่งผลเสียตามมาอย่างแน่นอน ไม่แม้แต่บริเวณฟันบริเวณใกล้เคียง อาจจะส่งผลได้ถึงฟันที่เหลืออยู่ทั่งปากได้ การรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม เป็นวิธีการรักษาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยกว่าการสวมใส่ฟันปลอมในสมัยก่อน ซึ่งการฝังรากฟันเทียม ยังส่งผลดีต่อกระดูขากรรไกรที่ใช้รองรับรากฟันเทียมด้วย ทำให้กระดูกไม่ละลาย และฟันบริเวณใกล้เคียงไม่ล้มด้วย

การรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม จึงมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงหากเทียบกับการที่ไม่ได้ทำการฝังรากฟันเทียม เพราะหากสูญเสียฟันธรรมชาติไปแล้วไม่ทำการแก้ไข รักษาตามขั้นตอน ก็จะทำให้ฟันล้ม ฟันห่าง ทำให้มีรอยยิ้มที่ไม่มั่นใจ และยังทำให้ฟันหลออีกด้วย รวมไปถึงกระดูกรากฟันที่ก็จะได้รับผลกระทบหากไม่ทำการฝังรากฟันเทียม โดยจะทำให้กระดูกละลาย และจะต้องแก้ปัญหาที่ยุ่งยากหากคิดเปลี่ยนใจฝังรากฟันเทียม

เพราะจะต้องทำการปลูกกระดูก ก่อนการเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม แต่หากคุณเข้ารับการฝังรากฟันเทียม เพื่อแก้ปัญหาการเกิดฟันล้ม หรือฟันหลอเป็นช่องว่าง จะทำให้คุณกลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจอีกครั้ง รวมไปถึงแก้ปัญหาฟันได้อย่างถูกต้อง บริเวณฟันโดยรอบจะไมได้รับผลกระทบจากการสูญเสียหัน

นอกจากนี้ทำให้กระดูกไม่ละลาย มีสุขภาพฟันที่ดีและแข็งแรง ทำให้รับประทานอาหารได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งการทำรากฟันเทียมนั้น มีข้อดีกว่าการใส่ฟันปลอม เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมตอบโจมย์ผู้เข้ารับการรักษามากกว่า ดังนั้นหากผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม สามารถเข้ามาปรึกษาที่ทางคลีนิคได้ โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการทำรากฟันเทียม

ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาและสถานที่การรักษาที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล จะทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจได้ถึงการบริการที่คุณภาพอย่างแน่นอน

11
townhouse ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
เริ่มต้น 1.99 ลบ. 

ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
ไลโอ รังสิต-บางพูน2 ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ French Colonial Style ภายใต้แบรนด์ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ โดยมี Concept

Made for Happiness "เพราะความสุข เริ่มต้นที่บ้าน"
Made for Freedom "อิสระทุกจังหวะชีวิต"
Made for Convenience "เดินทางสะดวก ไปไหนก็สบาย"
Made for Living "เพื่อการอยู่อาศัย ที่ลงตัว"

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
 เจ้าของโครงการ           ลลิลพร็อพเพอร์ตี้
 แบรนด์ย่อย                 ไลโอ
 ราคา                        เริ่มต้น 1.99 ลบ.

 ประเภทบ้าน               ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม (Townhouse Townhome)
 ลักษณะทำเล              บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ             19 ไร่ 17 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน                 210 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด          2 แบบ
  เนื้อที่บ้าน               โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย              ตั้งแต่ 105 ถึง 125 ตร.ม.
 จำนวนชั้น                2 ชั้น
 หน้ากว้าง                   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน             ตั้งแต่ 3 ถึง 4 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ             ตั้งแแต่ 1 ถึง 2 คัน
 สาธารณูปโภค              สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, ฟิตเนส, รปภ., CCTV

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน            ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง            ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานี(หมอชิต - คูคต)(คูคต)
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม, สถานี(บางซื่อ - รังสิต)(รังสิต)
ใกล้ทางด่วน (ทางด่วนอุดรรัถยา, ดอนเมืองโทลล์เวย์)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. Future Park รังสิต
2. ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)
3. ทางด่วนอุดรรัถยา (บางพูน)
4. รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต)
5. รถไฟฟ้าสายสีเขียว (คูคต)
6. สนามบินนานาชาติดอนเมือง
7. โรงเรียนสายปัญญารังสิต
8. โรงเรียนหอวังปทุมธานี
9. โรงเรียนหอวังนนทบุรี
10. โรงเรียนโชคชัย รังสิต
11. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
12. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. มหาวิทยาลัยรังสิต
14. โรงพยาบาลปทุมเวช
15. โรงพยาบาลบางประกอก รังสิต
16. โรงพยาบาลเปาโล รังสิต
17. โรงพยาบาลภัทรธนบุรี
18. โรงพยาบาลราชวิถี 2
19. โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส

12
Doctor At Home: มาลาเรีย (Malaria)

มาลาเรีย (ไข้มาลาเรีย ไข้จับสั่น* ไข้ป่า ก็เรียก) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในบ้านเรา มักพบในบริเวณที่เป็นป่าเขา จึงพบได้แทบทุกภาคของประเทศ (ยกเว้นกรุงเทพฯ ในบริเวณที่เป็นตัวจังหวัด ตัวอำเภอ และที่ ๆ เป็นทุ่งนากว้างห่างจากป่าเขา)

เชื้อที่ทำให้เป็นไข้มาลาเรียมีอยู่หลายชนิด แต่ที่สำคัญในบ้านเรามี 2 ชนิด คือ พลาสโมเดียมฟาลซิพารัม (Plasmodium falciparum) กับ พลาสโมเดียมไวแวกซ์ (Plasmodium vivax)

มาลาเรียชนิดฟาลซิพารัม พบได้ประมาณร้อยละ 50-80 มักมีปัญหาดื้อยาและมีภาวะแทรกซ้อนได้มาก (เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง ไตวาย) เป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้

มาลาเรียชนิดไวแวกซ์ พบได้ร้อยละ 20-50 มักไม่ดื้อยา และมีภาวะแทรกซ้อนน้อย เชื้อนี้สามารถหลบซ่อนอยู่ในตับได้นาน ๆ ทำให้มีอาการกำเริบได้บ่อย โดยที่ไม่ต้องได้รับเชื้อใหม่ (จากการถูกยุงก้นปล่องกัด)

มักมีประวัติว่าอยู่ในเขตป่าเขา หรือกลับจากเขตที่มีมาลาเรีย เช่น ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด ตากอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ยะลา นครนายก ปราจีนบุรี สระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สกลนคร ขอนแก่น เลย เพชรบูรณ์ แพร่ น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน เป็นต้น หรือเคยได้รับเลือด หรือเคยเป็นไข้มาลาเรียมาก่อน

*ในบ้านเราผู้ที่มีไข้หนาวสั่นมากหรือมีไข้นานหลายวัน เมื่อตรวจร่างกายไม่พบอาการอย่างอื่นชัดเจน หรือพบเพียงตับโตม้ามโต พึงนึกถึงมาลาเรีย ไทฟอยด์ สครับไทฟัส และเล็ปโตสไปโรซิสไว้เสมอ


สาเหตุ

เกิดจากเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว หรือโปรโตซัว (protozoa) เช่นเดียวกับบิดอะมีบา มียุงก้นปล่อง (anopheles) เป็นพาหะนำโรค คือต้องถูกยุงที่มีเชื้อมาลาเรียกัดจึงจะเป็นโรค

ระยะฟักตัว

ชนิดฟาลซิพารัม 9-14 วัน (เฉลี่ย 12 วัน)

ชนิดไวแวกซ์ 12-17 วัน (เฉลี่ย 15 วัน) อาจนาน 6-12 เดือน

ถ้าเกิดจากการให้เลือด อาจมีระยะฟักตัวสั้นกว่านี้ ถ้ามีการกินยาป้องกันมาลาเรียก็อาจมีระยะฟักตัวยาวกว่านี้

โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดกับผู้ที่อยู่หรือเข้าไปในเขตป่าเขาแล้วถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียกัด ส่วนผู้ที่อยู่ในเมืองและไม่มีประวัติเดินทางเข้าไปในเขตป่าเขา อาจติดเชื้อจากการได้รับเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อมาลาเรีย หรือได้รับเชื้อที่สนามบิน เนื่องจากยุงก้นปล่องอาจติดมากับเครื่องบินโดยบังเอิญ (ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยมาก)

วงจรชีวิตของเชื้อมาลาเรีย

1. เมื่อยุงก้นปล่องตัวเมียกัดคน ยุงจะปล่อยเชื้อระยะติดต่อที่มีชื่อว่า สปอโรซอยต์ (sporozoite) ที่มีอยู่ในน้ำลายเข้าสู่กระแสเลือดของคนแล้วเดินทางไปที่ตับ

2. เชื้อที่อยู่ในเซลล์ตับ จะเจริญและแบ่งตัวแบบไร้เพศ (ไม่ต้องผสมพันธุ์) กลายเป็นเชื้อที่มีชื่อ สคิซอนต์ (schizonte) ซึ่งภายในเซลล์มีเชื้อระยะที่แบ่งตัวแล้วที่มีชื่อว่า เมโรซอยต์ (merozoite) จำนวนมาก เชื้อจะอยู่ในเซลล์ตับนาน 5-15 วัน

เซลล์ตับที่มีเชื้อมาลาเรียอยู่จะโตขึ้นและแตกออก ปล่อยเชื้อเมโรซอยต์ออกมาในกระแสเลือด

สำหรับมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียมไวแวกซ์ เชื้อบางส่วนยังคงหลบอยู่ในเซลล์ตับต่อไป ซึ่งเรียกว่า ฮิปโนซอยต์ (hypnozoite) และจะออกมาในกระแสเลือดเป็นครั้งคราว ทำให้มีอาการกำเริบซ้ำ ๆ ได้บ่อยโดยไม่ได้ติดเชื้อจากการถูกยุงก้นปล่องกัดครั้งใหม่

3. เชื้อเข้าสู่เม็ดเลือดแดง เจริญเป็นเชื้อระยะที่เรียกว่า โทรโฟซอยต์ (trophozoite)

4. ประมาณ 48 ชั่วโมงต่อมา เชื้อจะแบ่งตัวแบบไร้เพศอีกครั้ง และเม็ดเลือดแดงแตกออก ทำให้ได้เมโรซอยต์ 6-30 ตัว ซึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่เม็ดเลือดแดงอื่น ๆ ต่อไป

ระยะที่เม็ดเลือดแดงแตก ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ หนาวสั่น

5. ขณะเดียวกัน เชื้อบางส่วนจะเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์เพศ (gametocyte) ซึ่งแบ่งเป็นตัวผู้กับตัวเมีย

6. เมื่อยุงก้นปล่องตัวเมียมากัดคนที่มีเชื้อมาลาเรียระยะที่เป็นเซลล์เพศในกระแสเลือด เซลล์เพศตัวผู้กับตัวเมียก็จะผสมกันเป็นตัวอ่อน (zygote) อยู่ในลำไส้ส่วนกลางของยุง ซึ่งจะเจริญต่อไปจนเป็นตัวแก่ (oocyst) ฝังตัวอยู่ในลำไส้ แล้วเชื้อตัวแก่จะแบ่งตัวเจริญต่อไปเป็นสปอโรซอยต์ ซึ่งจะเดินทางไปที่ต่อมน้ำลาย เพื่อรอแพร่เข้าสู่คน เมื่อยุงไปกัดคน

อาการ

อาการจะเกิดหลังจากได้รับเชื้อโดยถูกยุงก้นปล่องกัดประมาณ 9-17 วัน (แต่อาจนานหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนก็ได้) ใน 2-3 วันแรกอาจมีอาการไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเดินร่วมด้วย ต่อมาจึงจะมีอาการไข้จับสั่นเป็นเวลา* ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมาลาเรีย

อาการจับไข้ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. ระยะหนาวสั่น มีอาการหนาวสั่นมากและไข้เริ่มขึ้น ปวดศีรษะ ผิวหนังซีด อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ระยะนี้กินเวลา 20-60 นาที

2. ระยะร้อน ไข้ขึ้นสูงประมาณ 40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะมาก อาจปวดลึกเข้าไปในกระบอกตาหน้าแดง ตาแดง กระสับกระส่าย เพ้อ กระหายน้ำ ชีพจรเต้นเร็ว อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ ในเด็กอาจชักได้ กินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (อาจนาน 3-8 ชั่วโมง)

3. ระยะเหงื่อออก จะมีเหงื่อออกชุ่มทั้งตัว ไข้จะลดลงเป็นปกติ แต่จะรู้สึกอ่อนเพลียและหลับไป กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ มักจับไข้วันเว้นวัน หรือทุก 48 ชั่วโมง เวลาไม่จับไข้จะรู้สึกสบายดี มักจะคลำได้ม้ามโตในปลายสัปดาห์ที่ 2 ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีไข้วันเว้นวันอยู่ประมาณ 6 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน (หรืออาจนานกว่านั้น) แล้วจะหายไปเอง ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง แม้ว่าไข้จะหายไปแล้ว แต่ก็อาจกลับเป็นได้ใหม่หลังจากหายไป 2-3 สัปดาห์ หรือ 2-3 เดือน แต่อาการจะน้อยกว่าครั้งแรก ผู้ป่วยอาจมีอาการกำเริบเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย และมักไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง บางรายอาจกินเวลานานถึง 2-3 ปีกว่าจะหายขาด จึงเรียกว่า มาลาเรียเรื้อรัง

ผู้ป่วยมาลาเรียชนิดฟาลซิพารัม มักจับไข้ทุกวัน หรือทุก 36 ชั่วโมง แต่อาจจับไม่เป็นเวลา อาจจับทั้งวันหรือวันละหลายครั้ง ระยะไม่จับไข้ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบาย และอาจมีไข้ต่ำ ๆ อยู่เรื่อย บางรายอาจมีอาการปวดท้อง ท้องเดินร่วมด้วย ม้ามจะโตในวันที่ 7-10 ของไข้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ไข้จะลงภายใน 3-5 วัน ถ้ารักษาไม่ถูกต้อง อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถึงตายได้ จึงเรียกว่า มาลาเรียชนิดร้ายแรง

*การจับไข้หนาวสั่นเกิดขึ้นเมื่อมีการแตกของเม็ดเลือดแดงที่มีเชื้อมาลาเรีย ทำให้มีการหลั่งสารหลายชนิด ก่อให้เกิดอาการไข้และอาการอื่น ๆ


ภาวะแทรกซ้อน

พบในมาลาเรียชนิดฟาลซิพารัม มักเกิดกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ขาดอาหาร ร่างกายอ่อนแอ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่ไม่เคยอยู่ในแดนมาลาเรีย) หรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่

    มาลาเรียขึ้นสมอง (cerebral malaria) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะมาก ซึม สับสน ชักกระตุกทั้งตัว หมดสติ มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 20 (ในหญิงตั้งครรภ์อาจสูงถึงร้อยละ 50)
    อาการชักโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง ซึ่งอาจพบในเด็กที่เป็นมาลาเรีย
    ภาวะไตวายเฉียบพลันเนื่องจากการอุดตันหลอดเลือดแดงฝอยที่ไต ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออกเลย พบในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็ก มีอัตราตายสูง
    ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยจะมีอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น เหงื่อออก มักพบในเด็กและหญิงตั้งครรภ์
    ปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) มีอาการหอบ ฟังปอดได้ยินเสียงกรอบแกรบ
    ดีซ่าน (ตาเหลืองตัวเหลือง) และตับโต มักพบร่วมกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง ไตวายเฉียบพลัน ปอดบวมน้ำ เป็นต้น
    ภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งมักจะพบร่วมกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
    ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
    ภาวะการเสียดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์
    โลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกง่าย และไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นชดเชยได้ไม่ทัน

ในกรณีที่เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการซีด เหลือง และปัสสาวะดำ เรียกว่า ไข้ปัสสาวะดำ (black water fever) ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่ใช้ยาควินิน ภาวะนี้อาจทำให้เกิดไตวายแทรกซ้อนได้

    ภาวะเลือดจับเป็นลิ่มทั่วร่างกาย (DIC) ทำให้มีเลือดออกทั่วร่างกายรุนแรง เป็นอันตรายถึงตายได้
    ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นมาลาเรีย นอกจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวแล้ว ยังอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ เช่น แท้งบุตร ทารกเสียชีวิต ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ไข้ประมาณ 40 องศาเซลเซียส หน้าแดง ตาแดง ม้ามโต (คลำได้ในปลายสัปดาห์ที่ 2 หลังมีไข้) อาจมีตับโต เริมที่ริมฝีปาก อาจมีอาการซีดเหลือง หรือปัสสาวะแดงเข้มหรือปัสสาวะดำเหมือนน้ำโคล่า

แต่ก็อาจไม่พบอะไรมากนอกจากไข้ก็ได้

ในเด็กที่เป็นเรื้อรัง อาจมีลักษณะพุงโรก้นปอด ขาดอาหาร ซีด ม้ามโต

ในรายที่เป็นมาลาเรียขึ้นสมอง จะมีอาการเพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หรือหมดสติ*

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจเลือดหาเชื้อมาลาเรียด้วยวิธีต่าง ๆ

*ชาวบ้านบางแห่งอาจเข้าใจว่าเป็นอาการของผีเข้า พาไปรดน้ำมนต์ไล่ผี หรือทำพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งอาจเสียชีวิต เพราะขาดการรักษาอย่างทันการณ์


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

ก. สำหรับมาลาเรียชนิดฟาลซิพารัม ให้ยารักษามาลาเรียขนานใดขนานหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ควินิน ร่วมกับเตตราไซคลีน หรือร่วมกับดอกซีไซคลีน
    เมโฟลควีน เพียงอย่างเดียว
    เมโฟลควีน ร่วมกับเตตราไซคลีน หรือดอกซีไซคลีน
    อาร์ทีซูเนต เพียงอย่างเดียว
    อาร์ทีซูเนต ร่วมกับเมโฟลควิน

ข. สำหรับมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ ให้คลอโรควีน หลังจากนั้นให้ไพรมาควีน เพื่อกำจัดเชื้อมาลาเรียที่หลบซ่อนอยู่ในตับให้หมดไป

ถ้ามีอาการสงสัยเป็นมาลาเรียขึ้นสมอง (เช่น ซึม เพ้อ ชัก หรือหมดสติ) หรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ซีดมาก ดีซ่าน ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออกเลย หอบ เป็นต้น

จำเป็นต้องรับผู้ป่วยรักษาไว้ในโรงพยาบาล (ให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ให้น้ำเกลือ ให้เลือด ล้างไต เป็นต้น) ส่วนยามาลาเรียในระยะแรกอาจต้องให้ควินินหรืออาร์ทีซูเนตฉีดเข้าหลอดเลือดดำ จนกว่าอาการจะดีขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นยากิน


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีไข้สูง หนาวสั่นมาก มีไข้วันเว้นวัน หรือมีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมาลาเรีย ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ดูแลรักษาแล้วอาการไข้ไม่ทุเลาใน 2-3 วัน หรือไข้ลดแล้วต่อมากลับมีไข้กำเริบใหม่
    มีอาการปวดศีรษะมาก ซึมมาก ไม่ค่อยรู้สึกตัว เพ้อ ชัก หายใจหอบ ซีด ตัวเหลืองตาเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หรือปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออกเลย
    ขาดยา ยาหาย หรือกินยาไม่ได้
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินต่อที่บ้าน กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

1. เมื่อต้องเดินทางเข้าไปในเขตป่าเขา ควรป้องกันไม่ให้ยุงก้นปล่องกัด โดยการนอนกางมุ้ง ทายากันยุง

2. ยาที่ใช้ป้องกันตามที่เคยแนะนำในอดีตนั้นพบว่าไม่ได้ผลมากนัก ในปัจจุบันจึงไม่แนะนำให้กินยาป้องกันล่วงหน้า แต่แนะนำว่า ถ้าออกจากป่าแล้วมีอาการไข้ หรือสงสัยเป็นมาลาเรีย ให้รีบทำการตรวจรักษา หรือในกรณีที่ต้องเข้าไปอยู่ในป่าที่เป็นถิ่นที่มีเชื้อมาลาเรียดื้อต่อยาหลายชนิดเป็นเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ (ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค) ก็ควรพกยารักษามาลาเรีย (ได้แก่ ควินิน เมโฟลควีน หรืออาร์ทีซูเนต) ไว้สำรองใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อไม่สามารถตรวจเลือดได้ โดยใช้ในขนาดที่ใช้รักษามาลาเรีย

ข้อแนะนำ

1. อาการของมาลาเรีย อาจไม่ตรงไปตรงมา ผู้ป่วยอาจมีไข้สูงโดยไม่มีอาการหนาวสั่น หรือหนาวสั่นวันละหลายครั้งก็ได้ บางรายอาจมีไข้สูงตลอดเวลา อาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจพบในโรคอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ทุกราย ควรถามถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีประวัติเข้าป่า หรือมีประวัติเคยได้รับเลือดมาภายใน 2 สัปดาห์ ถึง 2 ปี หรือสงสัยว่าจะเป็นมาลาเรียจากการติดเชื้อทางอื่น (เช่น ลูกที่เกิดจากมารดาที่เคยเป็นมาลาเรีย เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการเลี้ยงยุงก้นปล่อง เจ้าหน้าที่ที่ตรวจเลือด หรือบุคคลที่บ้านอยู่ใกล้สนามบิน ซึ่งเครื่องบินอาจนำยุงก้นปล่องมาจากประเทศอื่น เป็นต้น) ก็ควรจะต้องเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย

2. ผู้ป่วยมาลาเรีย อาจตรวจเลือดไม่พบเชื้อก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นโรคในระยะแรก ๆ (เชื้อมาลาเรียมีจำนวนน้อย) ดังนั้น ต้องแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งภายใน 12-24 ชั่วโมง หรือขณะมีไข้ การตรวจเลือดบ่อย ๆ จะมีโอกาสพบเชื้อได้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่กินยาป้องกันมาลาเรียมาก่อน หรือกินยารักษามาบ้างแล้ว ก็จะทำให้ตรวจพบเชื้อมาลาเรียได้ลำบากมากขึ้น เพราะจะเห็นเชื้อมาลาเรียไม่ชัดเจน ดังนั้น ถ้าผู้ป่วยมีไข้และมีประวัติสงสัยติดเชื้อมาลาเรีย แม้ตรวจเลือดไม่พบเชื้อ ก็ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและตรวจเลือดบ่อย ๆ อาจจำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลเพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจน

3. ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วหากมีไข้กำเริบภายใน 2 เดือนโดยไม่มีประวัติติดเชื้อครั้งใหม่ อาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อมาลาเรียทั้งชนิดฟาลซิพารัมและชนิดไวแวกซ์พร้อมกัน (พบได้ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ที่ติดเชื้อฟาลซิพารัม) แต่ได้รับการรักษาแบบชนิดฟาลซิพารัม จึงมีเชื้อชนิดไวแวกซ์หลบซ่อนอยู่ในตับ เกิดอาการกำเริบได้ หรือไม่ก็อาจเกิดจากได้ยาไม่ครบหรือเชื้อดื้อยา ดังนั้น ถ้าผู้ป่วยมีอาการไข้กำเริบภายใน 2 เดือนหลังจากหายจากมาลาเรียครั้งแรกแล้ว ควรต้องเจาะเลือดตรวจหาเชื้ออีก

4. ผู้ป่วยควรกินยาให้ครบ ถ้าไม่ครบจะมีโอกาสเป็นไข้มาลาเรียกำเริบได้อีก ส่วนการกินยารักษามาลาเรีย ไม่ควรกินขณะจับไข้หนาวสั่น ผู้ป่วยอาจอาเจียนและได้ยาไม่ครบขนาด ควรให้ยาแก้ไข้หรือยาแก้อาเจียนนำไปก่อนสัก 1/2-1 ชั่วโมง เมื่ออาการไข้ทุเลาจึงให้ยารักษามาลาเรีย และหลังจากนั้นควรให้ผู้ป่วยนอนพักสัก 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรลุกหรือเดินทันที เพราะอาจเกิดอาการเวียนหัว (ความดันโลหิตต่ำ) และอาเจียนได้

5. ผู้ป่วยที่มีอาการไข้และหนาวสั่นมาก ถ้าไม่ได้ประวัติติดเชื้อมาลาเรีย (เช่น ไม่ได้เข้าป่า หรือรับเลือด) อาจมีสาเหตุจากโรคอื่นก็ได้ ที่พบได้บ่อยก็คือ กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน นอกนั้นก็อาจมีสาเหตุจากโรคปอดอักเสบระยะ 24 ชั่วโมงแรก ท่อน้ำดีอักเสบ สครับไทฟัส เล็บโตสไปโรซิส โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น จึงควรตรวจดูอาการให้ถ้วนถี่ด้วย

13
กรังด์ปรีซ์ฯ ผนึกพันธมิตร 54 แบรนด์ดัง ปลุกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยงานมอเตอร์โชว์

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ดัง จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ภายใต้ธีม The Talk of Sensuous Automotive หรือ สนทนาภาษายานยนต์ ชูไฮไลต์พื้นที่โซนใหม่จัดแสดงอะไหล่รถอีวีและสันดาป หลังปิดดีลเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายจากประเทศจีน โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน พ.ศ.2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กล่าวว่า “สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม The Talk of Sensuous Automotive หรือ สนทนาภาษายานยนต์ สื่อถึงปรัชญาแนวทางการออกแบบในโลกยานยนต์ที่สื่อสารเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความปราถนา แรงบันดาลใจ สื่อสารเป็นภาษาของยานยนต์ เพื่อสะท้อนแนวคิด การสร้างสรรค์พัฒนา และประสบการณ์สุนทรียภาพทางอารมณ์อย่างที่คุณค่า”

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กล่าวว่า “โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการยานยนต์จากยุโรปและเอเชียตอบรับเข้าร่วมออกบูธภายในงานฯ แล้ว 54 ราย แยกเป็นรถยนต์ 41 บริษัท และจักรยานยนต์ 13  สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกงานอย่างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับการเข้าร่วมออกงานฯของกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่เป็นแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ที่เพิ่งเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ZEEKR, OMODA&JAECOO, CHERY, FARIZON, JUNEYAO , RIDDARA และ GEELY รวมถึงเทคโนโลยีระบบนำทางภายในรถยนต์ HUAWEI นอกจากนี้ยังมีแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YADEA ที่มาเปิดตัวครั้งแรกภายในงานฯ โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 14 ราย”

“ส่วนในไฮไลต์ของการจัดงานฯ ปีนี้ นอกจากมีการเปิดตัวรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ทั้งรถสันดาปและรถอีวีของผู้ประกอบการยานยนต์แล้ว บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการออกบูธอุปกรณ์ตกแต่งรถโดยเฉพาะ โดยในปีนี้ได้ขยายฐานผู้ออกบูธแสดงสินค้าสู่กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถอีวีและสันดาปที่ต้องการขยายตลาดในประเทศไทย เนื่องจากเห็นโอกาสและศักยภาพของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เป็นงานจัดแสดงยานยนต์ระดับสากล จึงได้รับความร่วมมือจาก บริษัท หนานจิง ฉ่วงฉี เอ็กซิบิชั่น จากประเทศจีน ได้นำสินค้าอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จากประเทศจีน มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่สนใจเป็นร่วมตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย นับได้ว่า เป็นครั้งแรกของการจัดงานแสดงรถยนต์เพื่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง เป็นการเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ บนพื้นที่กว่า 3,800 ตารางเมตรภายในฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ระหว่างวันที่ 24 – 30 มีนาคม 2568 มั่นใจได้ว่า จะได้สินค้าที่ตรงตามคุณภาพ ในราคาจากผู้ประกอบการโดยตรง”

นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธจัดแสดง USED CAR หรือรถมือสองระดับลักชัวรี่ รวมถึง สินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สินค้ามูเตลู การแข่งขันชิงรางวัล พร้อมกิจกรรมสนุกๆอีกมากมาย ภายในฮอลล์ และอีก 1 งานที่แต่งเติมสีสันให้ล้อกันไปกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ คือ MU-NIVERSE เปิดจักรวาลมูเตลูไทย สู่คนรุ่นใหม่ เป็นอีเวนต์ที่รวบรวม เรื่องราวมูเตลูของเมืองไทยในแบบที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยง ความเชื่อม ศิลปะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ระหว่าง วันที่ 2-6 เมษายน 2568 ที่บริเวณฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พบปะกับอ.ลักษณ์ โหราธิบดี และแขกรับเชิญสายมูชื่อดังมากมาย พร้อมกิจกรรมดูดวง ปรึกษาฤกษ์ออกรถ ป้ายทะเบียนมงคล สินค้าเครื่องรางวัตถุมงคล กิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลของดีของสะสมสายมู พร้อมรับสติ๊กเกอร์เสริมดวงรุ่นพิเศษเฉพาะงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เท่านั้น

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับกิจกกรรมในปีนี้ นอกจากกิจกรรม E-Racing ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์เสมือนจริงผ่านเครื่องเล่น Simulator แล้ว ทางผู้จัดยังได้รับความร่วมมือจาก R.C.S. (Runbike Championship Series) ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการ Grandprix Runbike Championship With R.C.S. ขึ้นภายในงาน

โดยเป็นการจัด Pre-Event จำนวน 2 สนาม ซึ่งการจัดการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันวงการกีฬาสำหรับเยาวชนในประเทศไทย รวมถึงบูธแสดงสินค้าเกี่ยวกับเด็ก กีฬา และไลฟ์สไตล์ ตลอดจนโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกด้วย”

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาบริษัทฯ ในฐานะผู้จัดงาน ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงานได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี digital transformation เข้ามาอำนวยความสะดวกในการเข้าชมงาน เราได้พัฒนาบัญชี LINE Official Account หรือ Line OA ขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้ในการลงทะเบียน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริโภคในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ ทั้งกลุ่ม Auto และ กลุ่ม Lifestyle ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมา เพื่อรองับการเติบโตของธุรกิจ นอกจากนี้ เรายังได้จัดทำโปรแกรม Fullloop ที่สามารถเก็บข้อมูลฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมได้ในรูปแบบที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ผู้เข้าชมสามารถกรอกแบบสอบถามสั้นๆ เพื่อประเมินการจัดงาน ช่วยให้ผู้จัดงานสามารถรวบรวมข้อมูลได้ทันทีและวิเคราะห์ผลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเก็บฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมในงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถปรับปรุงการจัดงานในหลายๆ ด้าน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้าชมได้ดียิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดงานฯ ปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อรถใหม่และรถมือสอง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ มีการปรับเพิ่มวันสำหรับสื่อมวลชน หรือ Press day เป็น วันที่ 24 มีนาคม 2568 สื่อมวลชนสามารถเข้าภายในบริเวณงานได้ตั้งแต่เวลา 7:30 น. โดยรอบนำเสนอของบริษัทแรกจะเริ่มในเวลา 8:00 - 21:00 น. ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมจากแบรนด์ที่ร่วมออกงานฯ โดยสื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถลงทะเบียนได้ที่กองอำนวยการ ได้ตั้งแต่เวลา 7:00 น. ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 พิธีเปิดการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 อย่างเป็นทางการ จะเริ่มในเวลา 9:00 – 10:00 น. และ เปิดรอบสำหรับ VIP ตั้งแต่เวลา 10:00 น.- 18:00 น.

การจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่า การจองรถยนต์ ภายในงานครั้งนี้ จะได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่า เข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด และสิทธิพิเศษมากมาย ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตัดสินใจ!  และ สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้การจัดงานในอดีตที่ผ่านมา
 
แคมเปญแจกรถรางวัล สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เรามี 4 แคมเปญด้วยกัน ดังนี้
ซื้อบัตรเข้าชมงาน ตอบแบบสอบถาม ลุ้นรับรางวัลรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้า  JAECOO 6 EV (2WD) และ รถจักรยานยนต์ 2 รางวัล จากแบรนด์ YAMAHA และ HONDA
จองรถยนต์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า NETA V-II smart  หรือ จองรถจักรยานยนต์ภายในงานฯ ลุ้นรางวัล รถจักรยานยนต์ KAWASAKI W230
ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนบัตรอภินันทนาการ ลุ้นรับรางวัลรถจกัรยานยนต์ SUZUKI BURGMAN  ได้ที่ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4
กิจกรรม Shopping  มูลค่า 1,000 บาทขึ้นในภายใน ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ร่วมลุ้นรางวัล E-Scooter YADEA MODERN
สำหรับบัตรเข้าชมงานฯ มีจำหน่ายบริเวณด้านหน้างาน และ ทางออนไลน์ ผ่านไลน์แอปพลิเคชั่น ทั้งนี้นอกจากสิทธิประโยชน์จากการร่วมลุ้นรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้ว สามารถนำบัตรเข้าชมงานแบบซื้อที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว มาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลต่างๆมากมายได้ที่ บูธกิจกรรมพิเศษ ภายในอาคารฟอรั่ม ฮอลล์4 และ สำหรับการจัดงานฯ ครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ ได้จัดเตรียมรถshuttle ไว้อำนวยความสะดวก สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีชมพู สามารถลงที่สถานีศรีรัช แล้วต่อรถ shuttle ที่ผู้จัดงานฯได้เตรียมไว้ เพื่อเข้าสู่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เส้นทางศรีรัช-ACTIVE HALL 4 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ประการใด
 
มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมแห่งยานยนต์ AI ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ของทุกคนได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้  วันที่ 26 มีนาคม–6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ อันดับ 1 ของเมืองไทย

14
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


15
ปล่อยรถไมล์น้อย HONDA CR-V 1.5 ES AWD 2023 ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

ฮอนด้า Honda CR-V ES 4WD ปี 2023
HONDA CR-V ES 4WD สปอร์ตพรีเมียม เจเนอเรชันที่ 6 กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ Piano Black และกระจังหน้าสีดำ Piano Black ตกแต่งด้วยโครเมียม (เฉพาะรุ่น E) กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับไฟฟ้าพร้อมพับเก็บอัตโนมัติ ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED เปิดมุมมองใหม่ที่พรีเมียมยิ่งขึ้นกับหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-Free Power Tailgate with Walk Away Close) เสาอากาศครีบฉลาม ปลอกท่อไอเสียสเตนเลสคู่ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Direct Injection DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Direct Injection และ Turbocharger กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 14.3 กม./ลิตร* (รุ่น E) และรองรับน้ำมัน E85

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD และ e:HEV ES สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 7 ก.พ. - 31 มี.ค. 2568
ซื้อวันนี้รับบัตรเติมน้ำมันฟรี มูลค่า 1,000 บาท

ราคาพิเศษ 1,268,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              Honda
   รุ่น                   ฮอนด้า Honda CR-V ES 4WD ปี 2023
   ประเภทรถ          รถอเนกประสงค์ SUV, รถไฮบริด
   ปีที่เปิดตัว          2023


หน้า: [1] 2 3 ... 23